รับซ่อมห้องเย็นปราจีนบุรี

Posted on Posted in รับซ่อมห้องเย็น77จังหวัดทั่วไทย

รับซ่อมห้องเย็น รับซ่อมตู้แช่ ซ่อมตู้น้ำดื่ม ซ่อมตู้แช่แข็ง ซ่อมตู้แช่เค้ก ซ่อมตู้แช่ผัก ซ่อมตู้แช่เครื่องดื่ม ระบบทำความเย็น มืออาชีพ ที่ให้บริการ ด้านเครื่องทำความเย็นทุกชนิด ผ่านประสพการณ์ กว่า 45 ปี

บริการ รับซ่อมห้องเย็น ซ่อมตู้แช่แข็ง ตู้แช่ผลไม้ ตู้แช่มินิมาร์ท ซ่อมโรงเย็น ซ่อมเครื่องทำความเย็น

จดทะเบียนบริษัทปราจีนบุรี 

ปราจีนบุรี เดิมสะกดว่า ปราจิณบุรี[3] เป็นจังหวัดในภาคตะวันออกของประเทศไทย จดทะเบียนบริษัทปราจีนบุรี เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีการพบซากโบราณสถานในหลายพื้นที่ของจังหวัด นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติหลายแห่ง มีอุทยานแห่งชาติอยู่ในเขตมรดกโลกถึง 3 แห่ง ทั้งยังเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ป่ามากที่สุดในภาคตะวันออกอีกด้วย

จังหวัดปราจีนบุรีมีพื้นที่ติดต่อกับจังหวัดอื่น ๆ ดังนี้

  • ทิศเหนือ ติดกับจังหวัดนครนายกและจังหวัดนครราชสีมา
  • ทิศตะวันออก ติดกับจังหวัดสระแก้ว
  • ทิศใต้ ติดกับจังหวัดฉะเชิงเทรา
  • ทิศตะวันตก ติดกับจังหวัดนครนายกและจังหวัดฉะเชิงเทรา

ประวัติศาสตร์

แต่เดิมจังหวัดปราจีนบุรีมีพื้นที่กว้างใหญ่มาก เนื่องจากในอดีตเคยมีการยุบรวมจังหวัดนครนายกเข้ากับจังหวัดปราจีนบุรีในปี พ.ศ. 2485 เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณในสภาวะที่เศรษฐกิจของประเทศตกต่ำระหว่างสงคราม [4] ต่อมาในปีพ.ศ. 2489 จึงมีพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดนครนายกขึ้นอีกครั้ง[5] อย่างไรก็ตามพื้นที่ของจังหวัดปราจีนบุรีก็ยังคงมีความกว้างใหญ่ ทำให้เกิดปัญหาในการปกครองและให้บริการประชาชนเนื่องจากบางอำเภออยู่ห่างไกลจากตัวจังหวัดมาก จึงได้มีการตราพระราชบัญญัติฯ ให้แยกบางอำเภอทางด้านทิศตะวันออกของจังหวัดปราจีนบุรีแล้วรวมกันจัดตั้งเป็นจังหวัดสระแก้ว ในปีพ.ศ. 2536 จนถึงปัจจุบัน

ปัจจุบัน จังหวัดปราจีนบุรีได้รับการพัฒนาจนกลายเป็นหัวเมืองรองในด้านเศรษฐกิจที่สำคัญของภูมิภาค มีการลงทุนจากต่างประเทศ ทำให้เกิดนิคมอุตสาหกรรมเกิดขึ้นใหม่มากมาย ทำให้ภาพรวมในจังหวัดดีขึ้น รายได้ต่อปีต่อหัวของประชากร เฉลี่ย 360,000 -380,000 อยู่ในอันดับ 6 ของประเทศไทย[ต้องการอ้างอิง]

สมัยก่อนอยุธยา

ปราจีนบุรีในสมัยก่อนอยุธยาเริ่มตั้งแต่การตั้งถิ่นฐานของกลุ่มคนในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย แล้วพัฒนามาเป็นกลุ่มบ้านเมืองในสมัยประวัติศาสตร์ จนเข้าสู่สมัยสุโขทัย ซึ่งไม่ปรากฏหลักฐานทางเอกสาร แต่ได้พบเครื่องถ้วยจีนที่มีอายุตรงกับสมัยราชวงศ์ซ้อง จึงเชื่อว่า ในสมัยสุโขทัย บริเวณพื้นที่ในเขตจังหวัดปราจีนบุรียังคงมีผู้คนบางส่วนอาศัยอยู่สืบเนื่องกันมา

ในเขตจังหวัดปราจีนบุรีปรากฏการตั้งถิ่นฐานของชุมชนสมัยโบราณเมื่อประมาณ 2,000-2,500 ปี มาแล้ว ซึ่งตรงกับสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายถึงสมัยก่อนประวัติศาสตร์ (Proto-history) ที่แหล่งโบราณคดีบ้านกระทุ่มแพ้ว ตำบลกระทุ่มแพ้ว อำเภอบ้านสร้าง บ้านหนองอ้อ ตำบลดงพระราม อำเภอเมืองปราจีนบุรี และบ้านดงชัยมัน ตำบลประจันตคาม อำเภอประจันตคาม

โบราณคดีที่พบ ได้แก่ ลูกปัดแก้วแบบอินโด-แปซิฟิกสีต่าง ๆ ลูกปัดหินคาร์เนเลียน หินอะเกต หินควอตซ์ และเครื่องมือเหล็ก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการติดต่อสัมพันธ์กับชุมชนโบราณใกล้เคียงและอินเดีย โดยเฉพาะที่บ้านดงชัยมันได้พบชิ้นส่วนกลองมโหระทึกซึ่งเป็นโบราณวัตถุในวัฒนธรรมดองซอน เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมซึ่งพบทางตอนใต้ของจีนและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมทั้งประเทศไทย

บริเวณที่ตั้งเมืองโบราณศรีมโหสถ ตำบลโคกปีบ อำเภอศรีมโหสถ สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นชุมชนมาก่อนพุทธศตวรรษที่ 11 ในชุมชนบริเวณดังกล่าวรวมตัวกันเป็นกลุ่มเกษตรกรเป็นกลุ่มหมู่บ้านเกษตรกรรม มีการติดต่อค้าขายแลกเปลี่ยนกับวัฒนธรรมภายนอก แต่ยังไม่มีการสร้างเมืองที่มีคันดิน คูน้ำล้อมรอบชุมชน ในระยะนี้อาจมีความสัมพันธ์กับอาณาจักรฟูนัน และมีการแลกเปลี่ยนค้าขายกับนักเดินเรือจากต่างประเทศ หลักฐานที่พบแสดงอิทธิพลวัฒนธรรมฟูนันและอิทธิพลวัฒนธรรมอินเดียแบบอมราวดี หลักฐานสำคัญที่พบ ได้แก่ ภาพสลักนูนต่ำและประติมากรรมบางชิ้น ที่พบในบริเวณนี้คือภาพมกรหรือเหราบางตัวที่ขอบโบราณสถานสระแก้ว มีลักษณะคล้ายมกรในศิลปะอินเดียแบบคุปตะ ส่วนประติมากรรม ได้แก่ พระพุทธรูปที่พบในบ่อน้ำหน้าอาคารรอยพระบาทคู่ และจากการค้นพบเครื่องมือหินขัด ทำให้พออนุมานได้ว่าชุมชนดังกล่าวน่าจะมีความสัมพันธ์กับชุมชนก่อนประวัติศาสตร์ที่พบตามแนวชายฝั่งทะเลเดิมบริเวณลุ่มน้ำบางปะกงแถบจังหวัดชลบุรี ซึ่งเริ่มมีถิ่นฐานเมื่อประมาณ 5,000-1,400 ปี มาแล้ว

สรุปได้ว่า การตั้งถิ่นฐานของมนุษย์เริ่มแรกในเขตจังหวัดปราจีนบุรีเป็นสังคมสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายที่มีเทคโนโลยีค่อนข้างสูงในการดำรงชีวิต คือ รู้จักใช้เครื่องมือเหล็กและรู้จักใช้วิธีกักเก็บน้ำ ต่อมาสภาพสังคมและเศรษฐกิจมีความสลับซับซ้อนมากขึ้นจนเข้าสู่พุทธศตวรรษที่ 6-10 ได้รับวัฒนธรรมภายนอกและเข้าสู่สมัยประวัติศาสตร์ พัฒนาเป็นชุมชนหรือเมืองที่รู้จักกันในชื่อว่า กลุ่มวัฒนธรรมทวารวดี มีอายุในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12-19

การเกิดบ้านเมืองในสมัยประวัติศาสตร์ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 12-19 แบ่งจังหวัดปราจีนบุรีออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงแรกมีความเจริญรุ่งเรืองและพัฒนาการเป็นบ้านเมืองร่วมสมัยกับกลุ่มบ้านเมืองทวารวดีในบริเวณภาคกลางของประเทศ มีอายุระหว่างพุทธศตวรรษที่ 12-16 และช่วงที่ 2 เป็นการอยู่สืบเนื่องต่อจากช่วงแรก แต่สภาพสังคม การเมือง การปกครองได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เชื่อว่าช่วงเวลาดังกล่าวนี้ได้รับวัฒนธรรมเขมรโบราณเข้ามา มีการผสมผสานกับวัฒนธรรมทวารวดีที่เคยรุ่งเรืองมาก่อน

สมัยอยุธยา

ในสมัยอยุธยาปรากฏชื่อเมืองปราจีนบุรีเป็นครั้งแรก คำว่า "ปราจีนบุรี" เป็นคำสมาส เกิดจากคำว่า "ปราจีน" กับคำว่า "บุรี" คำว่า "ปราจีน" หรือ "ปาจีน" หมายความว่า ทิศตะวันออก ส่วนคำว่า "บุรี" หมายความว่า "เมือง" รวมแล้วคำว่า "ปราจีนบุรี" หมายถึงเมืองตะวันออก การเขียนชื่อเมืองปราจีนบุรีแตกต่างกันไป เช่น ปราจินบุรี ปราจิณบุรี และปาจีนบุรี แต่ความหมายน่าจะหมายถึงเมืองทางตะวันออกของราชอาณาจักรไทย

ปราจีนบุรีในฐานะหัวเมืองชั้นในด้านทิศตะวันออก สันนิษฐานว่า ในสมัยอยุธยาตอนต้นก่อนการปฏิรูปการปกครองในรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ (พ.ศ. 1991-2031) เมืองปราจีนมีฐานะเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่อยู่ใกล้ราชธานีคือกรุงศรีอยุธยา โดยทางกรุงศรีอยุธยาจะส่งขุนนางมาปกครองโดยให้ขึ้นตรงต่อเมืองหลวง และหลังจากการปฏิรูปการปกครองในรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถแล้ว การปกครองหัวเมืองก็เปลี่ยนไปจากเดิม คือ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แบ่งเป็นหัวเมืองชั้นใน หัวเมืองชั้นนอก และหัวเมืองประเทศราช และแบ่งหัวเมืองออกเป็นชั้น เอก โท ตรี และจัตวา ทรงลดฐานะหัวเมืองชั้นในคือเมืองลูกหลวงและเมืองหลานหลวงลงมาเป็นเมืองจัตวาภายใต้การปกครองของราชธานี โดยทางราชธานีจะส่งขุนนางมาปกครองและขึ้นตรงต่อเมืองหลวง และขุนนางที่ปกครองหัวเมืองชั้นในเรียกว่า "ผู้รั้ง" เขตที่จัดเป็นหัวเมืองชั้นในมีอาณาบริเวณดังนี้ ทิศเหนือจดเมืองชัยนาท ทิศตะวันออกจดเมืองปราจีน ทิศตะวันตกจดสุพรรณบุรี ทิศใต้จดเมืองกุยบุรี เมืองปราจีนบุรีหลังการปฏิรูปในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ จึงเป็นหัวเมืองจัตวาขึ้นกับราชธานี ตำแหน่งเจ้าเมืองหรือผู้รั้งมีบรรดาศักดิ์และราชทินนามที่ออกพระอุไทยธานี

จากลักษณะทำเลที่ตั้งของเมืองปราจีน เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้กับประเทศกัมพูชา เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดปราจีนบุรีในสมัยอยุธยาจึงเป็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับสงครามระหว่างสองราชอาณาจักร โดยฝ่ายกัมพูชามักจะเป็นต้นเหตุซึ่งอาจเนื่องมาจากกัมพูชาเห็นว่ากรุงศรีอยุธยาเป็นราชอาณาจักรใหม่จึงไม่ยอมรับอำนาจมากนัก ต่อมาเมื่อกรุงศรีอยุธยามีความเป็นปึกแผ่นมั่นคงและขณะเดียวกันราชอาณาจักกัมพูชากลับเสื่อมโทรมภายในมากขึ้น กัมพูชาจึงยอมรับราชอาณาจักรอยุธยาในฐานเจ้าประเทศราช กษัตริย์ กัมพูชาต้องมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารหลายครั้ง

แต่อย่างไรก็ดี เมื่อกรุงศรีอยุธยามีศึกติดพันกับพม่าหรือมีความอ่อนแอภายใน กัมพูชาก็ถือโอกาสมากวาดต้อนผู้คนตามแนวชายแดนของราชอาณาจักรอยุธยาอย่างเมืองปราจีน สมเด็จพระนเรศวรมหาราชจึงทรงยกทัพไปตีกัมพูชาโดยใช้เส้นทางบก โดยยกทัพหลวงออกจากกรุงศรีอยุธยามาทางตะวันออก ผ่านพิหานแดง (วิหารแดง) บ้านนา เมืองนครนายก ด่านกบแจะ (ประจันตคาม) ด่านหนุมาน (กบินทร์บุรี) ด่านพระปรง (อำเภอแมืองสระแก้ว) ช่องตะโก ด่านพระจารึกหรือพระจฤต (อรัญประเทศ-ตาพระยา) ตำบลทำนบ อยู่ระหว่างเมืองอรัญประเทศกับเมืองพระตะบอง ตำบลเพนียด เมืองพระตะบอง เมืองโพธิสัตว์ และเมืองละแวก

สมัยธนบุรี

ในสมัยธนบุรีได้กล่าวถึงเมืองปราจีนเพียงว่าเป็นเมืองที่อยู่ในเส้นทางเดินทัพของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่ยกทัพจากกรุงศรีอยุธยาไปยังเมืองจันทบุรี กล่าวคือเมื่อ พ.ศ. 2309 ขณะที่กองทัพพม่าล้อมกรุงศรีอยุธยาอยู่นั้น สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเมื่อครั้งเป็นพระยากำแพงเพชรทรงเล็งเห็นว่ากรุงศรีอยุธยาจะเป็นอันตราย จึงรวบรวมทหารไทย จีน ประมาณ 1,000 คนเศษ พร้อมด้วยอายุธออกไปตั้ง ณ วัดพิชัย พอฝนตกพระยากำแพงเพชรจึงนำกองทัพฝ่ากองทัพพม่าออกมาจากวัดพิชัย เดินทัพต่อไป โดยมีจุดหมายอยู่ที่เมืองจันทบุรี โดยเมืองปราจีนบุรีอยู่ในเส้นทางเดินทัพ ซึ่งตามพระราชพงศาวดารกรุงธนบุรี ฉบับจันทนุมาศ (เจิม) ได้กล่าวไว้ว่า …เมื่อวันพุธขึ้นแปดค่ำ เดือนยี่ ยกกองทัพมาประทับที่ตำบลหนองไม้ซุง ตามทางหลวงนครนายก ประทับรอนแรม 2 วันถึงบ้านนาเริ่ง ออกจากบ้านนาเริ่งวันหนึ่งถึงเมืองปราจีน ข้ามด่านกบและหยุดพักพลหุงอาหาร ณ ฟากตะวันออกแล้วยกข้ามไปจนถึงบ่าย 5 โมง…

สมัยรัตนโกสินทร์

ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เมืองปราจีนยังคงเป็นเมืองผ่านของเส้นทางเดินทัพระหว่างไทยกับกัมพูชา มีผู้คนอยู่อาศัยมากขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งเมืองขึ้นหลายเมือง เช่น เมืองกบินทร์บุรี เมืองอรัญประเทศ เมืองวัฒนานคร เป็นต้น ทั้งยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขุดคลองบางขนากขึ้น ส่งผลให้การติดต่อระหว่างเมืองปราจีนบุรีกับพระนครสะดวกรวดเร็วขึ้น

ต่อมาในปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ได้มีพระราชดำริที่จะสร้างป้อมเมืองปราจีน แต่ได้ลงมือสร้างและแล้วเสร็จในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)

ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมืองปราจีนเริ่มมีความสำคัญมากขึ้นตามลำดับ เพราะมีการค้นพบแหล่งทองคำที่เมืองกบินทร์บุรี มีการทำเหมืองทองคำ ต่อมาเมื่อปฏิรูปการปกครองจากระบบกินเมืองเป็นระบบเทศาภิบาล ได้ใช้เมืองปราจีนเป็นที่ว่าการมณฑลปราจีน ส่งผลให้เมืองปราจีนกลายเป็นศูนย์กลางความเจริญในภูมิภาคตะวันออก ครั้นเมื่อได้ย้ายที่ว่าการมณฑลปราจีนไปอยู่ที่เมืองฉะเชิงเทรา ทำให้เมืองปราจีนลดความสำคัญลง ประกอบกับเส้นทางคมนาคมเปลี่ยนไป คือมีการตัดเส้นทางรถไฟจากรุงเทพฯ ถึงเมืองฉะเชิงเทรา มีคนจีนไปสร้างหลักแหล่งในฉะเชิงเทรามากขึ้น มีโรงงานน้ำตาล โรงสีข้าว อันส่งผลให้เมืองฉะเชิงเทรากลายเป็นศูนย์กลางความเจริญแทนเมืองปราจีนบุรี

หลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ. 2475 ได้มีพระราชบัญญัติว่าด้วยการบริหารแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2476 ให้มีตำแหน่งข้าหลวงประจำจังหวัดแบบผู้ว่าราชการจังหวัด คณะกรมการจังหวัด และสภาจังหวัด ส่งผลให้มณฑลเทศาภิบาลปราจีนบุรีถูกยกเลิกไป เมืองปราจีนบุรีมีฐานะเป็นจังหวัดปราจีนบุรี

ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2485 รัฐบาลได้ออกพระราชบัญญัติยุบและรวมการปกครองบางจังหวัด พุทธศักราช 2485 ให้ยุบและรวมการปกครองจังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดนครนายก จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดนนทบุรี ในส่วนของจังหวัดนครนายกนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับจังหวัดปราจีนบุรีโดยกำหนดไว้ดังนี้

…มาตรา 4 ให้ยุบจังหวัดนครนายกและให้รวมท้องที่ของจังหวัดที่ยุบเข้าไว้ในการปกครองของจังหวัดปราจีนบุรี เว้นแต่ท้องที่อำเภอบ้านนาให้รวมเข้าไว้ในการปกครองของจังหวัดสระบุรี…

การรวมท้องที่บางส่วนของจังหวัดนครนายกไว้ในเขตการปกครองของจังหวัดปราจีนบุรีส่งผลให้จังหวัดปราจีนบุรีที่เดิมมีท้องที่กว้างขวางอยู่แล้ว มีท้องที่กว้างขวางเพิ่มมากขึ้นเกินกำลังจังหวัดจะรับผิดชอบ การติดต่อดูแลทุกข์สุขของประชาชนและการปกครองของราษฎรไม่เป็นผลดีเหมือนเมื่อนครนายกเป็นจังหวัดอยู่ กระทรวงมหาดไทยจึงได้เสนอร่างหลักการพระราชบัญญัติสถาปนาจังหวัดนครนายก พ.ศ. 2489 โดยได้สอบถามจังหวัดปราจีนบุรีและจังหวัดสระบุรี และในที่สุดรัฐบาลได้ออกพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดนครนายก พ.ศ. 2489 โดยระบุในพระราชบัญญัติว่า

…มาตรา 6 ให้แยกอำเภอนครนายก อำเภอองครักษ์ และอำเภอปากพลีออกจากการปกครองของจังหวัดปราจีนบุรี กับให้แยกอำเภอบ้านนาออกจากการปกครองของจังหวัดสระบุรี จัดตั้งเป็นจังหวัดขึ้นเรียกว่าจังหวัดนครนายก…

ต่อมา พ.ศ. 2536 ได้มีการแบ่งเขตพื้นที่การปกครองจังหวัดปราจีนบุรี โดยแยกพื้นที่อำเภอบางอำเภอไปอยู่ในเขตการปกครองของจังหวัดสระแก้ว ซึ่งตั้งขึ้นใหม่ตามพระราชบัญญัติตั้งจังหวัดสระแก้ว พ.ศ. 2536

สมัยรัตนโกสินทร์ในปัจจุบัน

ด้านอุตสาหกรรม จังหวัดปราจีนบุรีมีความเจริญ มีการลงทุนจากต่างประเทศปีละจำนวนมาก และมีการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมมากมาย เช่น นิคม 304 นิคมกบินทร์บุรี และนิคมโรจนะซึ่งย้ายจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมถึงโรงงานที่มาจากในประเทศและนอกประเทศอย่าง ญี่ปุ่น จีน ไตหวัน สหรัฐอเมริกา เนื่องจากทำเลที่ตั้งอยู่ใกล์เมืองหลวง ใกล์ท่าเรือที่ใช้ส่งออก และเส้นทางสำคัญสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก แต่ผลเสียที่ว่า ความเจริญนั้นเปลี่ยนวิถีชาวบ้านแบบดั้งเดิมไป

ด้านเกษตรกรรม จังหวัดปราจีนบุรีมีพื้นที่เกษตรกรรมจำนวนมาก ทั้งพื้นที่ปลูกข้าว ทำนา ทำสวนผลไม้ ทำให้ปราจีนบุรีมีผลผลิตข้าวที่มีเม็ดสวยและอร่อยนุ่ม กับผลไม้ชื่อดัง เช่น ทุเรียน กระท้อน มะปรางมะยงชิด ผลไม้ที่นี่มีราคาดี ทำรายได้สู่ประชากรในจังหวัดอย่างมาก

ด้านการท่องเที่ยว จังหวัดปราจีนบุรีมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงผจญภัยที่รู้จักไปทั่วโลกอย่างแก่งหินเพิง เป็นแหล่งท่องเที่ยวมีความท้าทายเป็นระดับยาก และแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์อย่างเมืองศรีมโหสถอายุกว่าพันปี และจังหวัดปราจีนบุรีมีน้ำตกมากที่สุดในประเทศไทย เนื่องจากปราจีนบุรีมีพื้นที่ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มากที่สุด ครอบคลุมทั้ง 3 อำเภอของจังหวัด

ปัจจุบันปราจีนบุรีเป็นจังหวัดที่มีบทบาทและสำคัญที่สุดจังหวัดหนึ่งของประเทศทั้งด้านอุตสาหกรรม ด้านเกษตรกรรม ด้านการคมนาคม

 
การปกครองแบ่งออกเป็น 7 อำเภอ 65 ตำบล 658 หมู่บ้าน 

1. อำเภอเมืองปราจีนบุรี
2. อำเภอกบินทร์บุรี
3. อำเภอนาดี
4. อำเภอบ้านสร้าง
5. อำเภอประจันตคาม 
6. อำเภอศรีมหาโพธิ 
7. อำเภอศรีมโหสถ 

บริการ ซ่อม ( ส่วนที่พักอาศัย และครัวเรือน )
           1 ตู้เย็น แบบ ประตูเดียว ตั้งแต่ ขนาด 2 Q.ft - 6 Q.ft
           2 ตู้เย็น แบบ 2 - 3 ประตู ชนิด No Frost (ละลายนำ้แข็งอัตโนมัติ )
           3 ตู้เย็น แบบ 2 - 3 ประตู แบบเปิด ซ้าย - ขวา ( Sight by Sight ) 15 Q.ft - 25 Q.ft
           4 ตู้แช่ นอน ความเย็นต่ำ - 10 C - -40 C
           5 ตู้แช่ ไวน์ และ ห้องเก็บ ไวน์

บริการ ซ่อม ( ส่วนร้านค้า มินิมาร์ท ห้องอาหาร ภัตตาคาร ร้านกาแฟ )
          1 ตู้แช่น้ำดื่ม มินิมาร์ท 2 - 3 ประตู
          2 ตู้แช่ ผัก ผลไม้ อาหารสด
          3 ตู้แช่ ความเย็นต่ำ เช่น เนื้อสัตว์ อาหารทะเล
          4 ตู้แช่เค็ก ตู้โชว์เค็ก - ขนม ตู้แช่ไวน์
          5 ห้องเย็น ความเย็นต่ำ - 5 C - - 40 C

บริการ ซ่อม ( ส่วนโรงงานอุตสาหกรรม )
          1 ตู้แช่น้ำดื่ม 2 ก๊อก - 6 ก๊อก
          2 ตู้แช่ ผัก ผลไม้ และอาหาร แบบแสตนเลส ทุกรุ่นทุกแบบ

บริการ ซ่อม ติดตั้ง และจำหน่าย เครื่องปรับอากาศ
          1 เครื่องปรับอากาศ ทุกชนิด ทุกแบบที่ใช้ในที่พักอาศัย อาคารพานิชย์ สำนักงาน
          2 เครื่องปรับอากาศ ในโรงงานอุตสาหกรรม ตั้งแต่ขนาด 1 - 50 TON
          3 เครื่องผลิตน้ำเย็นเลี้ยงเครื่องจักร ( Chilled Machine )
          4 เครื่องปรับอากาศ และอุปกรณ์ทำความเย็น ในเรือยอช์ท เรือใบสำราญ ตามแหล่งท่องเที่ยวชายทะเล

บริการ ซ่อม (เครื่องมือ ทดสอบ ทดลอง ทางการแพทย์ อุตสาหกรรม และวิทยาศาสตร์ )
          1 อุปกรณ์ทางการศึกษา การแพทย์ ห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์
          2 อุปกรณ์เครื่องมือวัด ทดสอบ ทางวิทยาศาสตร์ และอุตสาหกรรม

สิ่งที่ควรรู้ก่อนแจ้งซ่อมกับสยามคูลลิ่ง

ข้อมูลเบื้องต้น ที่ลูกค้าหรือผู้ควบคุมอุปกรณ์ พึงทราบ

1   ประเภท ชนิด  แบบ ของ อุปกรณ์หรือเครื่องใข้ที่มีเหตุขัดข้อง  เช่น  ตู้เย็น  ตู้แช่  แอร์  เครื่องผลิตน้ำเย็น - น้ำแข็ง  ห้องเย็น

 2  วัตถุประสงค์  การใช้งาน   ใช้แช่ น้ำ  อาหารสด  หรือ  เก็บวัสดุอื่นๆ

 3  ยี่ห้อ  หรือ  ผู้ผลิต      รุ่น  ( Model )

 4  อาการเสียเบื้องต้น  เช่น  ไม่เย็นเลย  เย็นไม่ดี  มีเสียงดังผิดปกติ  ฯลฯ

 5  รูปถ่าย    ( ส่งทาง E.mail  หรือ ทาง  Line   E.mail :  pakee53@gmail.com   ID. Line  psa2015 )

                             5.1     รูปถ่าย ชนิด เต็มรูป

                             5.2     รูปถ่าย  Name Plate  แสดง  รุ่น ( model ) & specification  ของเครื่อง  ( ถ้ามี )

                             5.3     รูปถ่าย  อะไหล่ อุปกรณ์  หรือส่วนที่คาดว่าจะเสีย   (  ถ้ามี  )  

 6  ชื่อ  ที่อยู่  หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อกลับ

เขตพื้นที่ให้บริการของเราครอบคลุมทั่วเขตกรุงเทพและปริมลฑล พร้อมบริการรับส่งถึงบ้านท่าน !!!

รับซ่อมตู้แช่ปทุมธานี รับซ่อมตู้แช่นนทบุรี รับซ่อมตู้แช่สมุทรปราการ
รับซ่อมตู้แช่บางบอน รับซ่อมตู้แช่ทุ่งครุ รับซ่อมตู้แช่ทวีวัฒนา รับซ่อมตู้แช่บางนา รับซ่อมตู้แช่คลองสามวา รับซ่อมตู้แช่วังทองหลาง รับซ่อมตู้แช่สะพานสูง รับซ่อมตู้แช่คันนายาว รับซ่อมตู้แช่สายไหม รับซ่อมตู้แช่หลักสี่ รับซ่อมตู้แช่บางแค รับซ่อมตู้แช่วัฒนา รับซ่อมตู้แช่ลาดพร้าว รับซ่อมตู้แช่ราชเทวี รับซ่อมตู้แช่ดอนเมือง รับซ่อมตู้แช่จอมทอง รับซ่อมตู้แช่สวนหลวง รับซ่อมตู้แช่คลองเตย รับซ่อมตู้แช่ประเวศ รับซ่อมตู้แช่บางคอแหลม รับซ่อมตู้แช่จตุจักร รับซ่อมตู้แช่บางซื่อ รับซ่อมตู้แช่สาทร รับซ่อมตู้แช่บึงกุ่ม รับซ่อมตู้แช่ดินแดง รับซ่อมตู้แช่บางพลัด รับซ่อมตู้แช่ราษฎร์บูรณะ รับซ่อมตู้แช่หนองแขม รับซ่อมตู้แช่ภาษีเจริญ รับซ่อมตู้แช่บางขุนเทียน รับซ่อมตู้แช่บางกอกน้อย รับซ่อมตู้แช่ตลิ่งชัน รับซ่อมตู้แช่คลองสาน รับซ่อมตู้แช่ห้วยขวาง รับซ่อมตู้แช่บางกอกใหญ่ รับซ่อมตู้แช่ธนบุรี รับซ่อมตู้แช่พญาไท รับซ่อมตู้แช่สัมพันธวงศ์ รับซ่อมตู้แช่ยานนาวา รับซ่อมตู้แช่ลาดกระบัง รับซ่อมตู้แช่พระโขนง รับซ่อมตู้แช่ปทุมวัน รับซ่อมตู้แช่บางกะปิ รับซ่อมตู้แช่บางเขน รับซ่อมตู้แช่บางรัก รับซ่อมตู้แช่หนองจอก รับซ่อมตู้แช่ดุสิต รับซ่อมตู้แช่พระนคร รับซ่อมตู้แช่ป้อมปราบศัตรูพ่าย รับซ่อมตู้แช่มีนบุรี

รับซ่อมตู้แช่ต่างจังหวัด

รับซ่อมตู้แช่อุตรดิตถ์ : รับซ่อมตู้แช่ลำพูน : รับซ่อมตู้แช่ลำปาง : รับซ่อมตู้แช่แม่ฮ่องสอน : รับซ่อมตู้แช่แพร่ : รับซ่อมตู้แช่พะเยา : รับซ่อมตู้แช่น่าน : รับซ่อมตู้แช่เชียงใหม่ : รับซ่อมตู้แช่เชียงราย : รับซ่อมตู้แช่ยะลา : รับซ่อมตู้แช่สุราษฎร์ธานี : รับซ่อมตู้แช่สงขลา : รับซ่อมตู้แช่สตูล : รับซ่อมตู้แช่ระนอง : รับซ่อมตู้แช่ภูเก็ต : รับซ่อมตู้แช่พัทลุง : รับซ่อมตู้แช่พังงา : รับซ่อมตู้แช่ปัตตานี : รับซ่อมตู้แช่นราธิวาส : รับซ่อมตู้แช่นครศรีธรรมราช : รับซ่อมตู้แช่ตรัง : รับซ่อมตู้แช่ชุมพร : รับซ่อมตู้แช่กระบี่ : รับซ่อมตู้แช่ราชบุรี : รับซ่อมตู้แช่เพชรบุรี : รับซ่อมตู้แช่ประจวบคีรีขันธ์ : รับซ่อมตู้แช่ตาก : รับซ่อมตู้แช่กาญจนบุรี : รับซ่อมตู้แช่สระแก้ว : รับซ่อมตู้แช่ระยอง : รับซ่อมตู้แช่ปราจีนบุรี : รับซ่อมตู้แช่ตราด : รับซ่อมตู้แช่ชลบุรี : รับซ่อมตู้แช่ฉะเชิงเทรา : รับซ่อมตู้แช่จันทบุรี : รับซ่อมตู้แช่อุทัยธานี : รับซ่อมตู้แช่อ่างทอง : รับซ่อมตู้แช่สระบุรี : รับซ่อมตู้แช่สุพรรณบุรี : รับซ่อมตู้แช่สุโขทัย : รับซ่อมตู้แช่สิงห์บุรี : รับซ่อมตู้แช่สมุทรสาคร : รับซ่อมตู้แช่สมุทรสงคราม : รับซ่อมตู้แช่สมุทรปราการ : รับซ่อมตู้แช่ลพบุรี : รับซ่อมตู้แช่เพชรบูรณ์ : รับซ่อมตู้แช่พิษณุโลก : รับซ่อมตู้แช่พิจิตร : รับซ่อมตู้แช่อยุธยา : รับซ่อมตู้แช่ปทุมธานี : รับซ่อมตู้แช่นนทบุรี : รับซ่อมตู้แช่นครปฐม : รับซ่อมตู้แช่นครนายก : รับซ่อมตู้แช่ชัยนาท : รับซ่อมตู้แช่กำแพงเพชร : รับซ่อมตู้แช่อำนาจเจริญ : รับซ่อมตู้แช่อุบลราชธานี : รับซ่อมตู้แช่หนองบัวลำภู : รับซ่อมตู้แช่หนองคาย : รับซ่อมตู้แช่ศรีสะเกษ : รับซ่อมตู้แช่สุรินทร์ : รับซ่อมตู้แช่สกลนคร : รับซ่อมตู้แช่เลย : รับซ่อมตู้แช่ร้อยเอ็ด : รับซ่อมตู้แช่ยโสธร : รับซ่อมตู้แช่มุกดาหาร : รับซ่อมตู้แช่มหาสารคาม : รับซ่อมตู้แช่บุรีรัมย์ : รับซ่อมตู้แช่บึงกาฬ : รับซ่อมตู้แช่นครราชสีมา-รับซ่อมตู้แช่โคราช : รับซ่อมตู้แช่นครพนม : รับซ่อมตู้แช่ชัยภูมิ : รับซ่อมตู้แช่ขอนแก่น : รับซ่อมตู้แช่กาฬสินธุ์ : รับซ่อมตู้แช่อุดรธานี : รับซ่อมตู้แช่นครสวรรค์